การเตรียมการรับมือการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ในสถานศึกษา 24857   51  

 
ดาวน์โหลดคำแนะนำสำหรับสถานศึกษา

การเตรียมการรับมือการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ในสถานศึกษา

เนื่องจากปัจจุบันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ในประเทศไทย มีการแพร่กระจายไปอย่างมาก โดยจากข้อมูลทางระบาดวิทยาขณะนี้พบว่า สถานศึกษาเป็นแหล่งที่มีความเสี่ยงสูงที่โรคจะแพร่กระจายเข้าไป ทำให้เกิดการระบาดในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งอาจารย์และเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว อีกทั้งสถานศึกษายังเป็นแหล่งที่จะกระจายเชื้อต่อเนื่องออกไปในชุมชน ดังนั้น สถานศึกษาและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขควรรีบเร่งเตรียมความพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดให้กับสถานศึกษาต่างๆ

อนึ่ง คำแนะนำต่างๆ อาจปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์การระบาดที่เปลี่ยนไป และสามารถปรับให้เหมาะสมกับแต่ละสถานศึกษา

หลักการทั่วไปเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษา โรงเรียนAdobe Systems
  1. วัตถุประสงค์ของการป้องกันการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในครั้งนี้ไม่ใช่การป้องกันไม่ให้มีเด็กป่วยเกิดขึ้นในโรงเรียนเลย (เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก) แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่ขึ้นในโรงเรียน



  2. โรงเรียนควรจัดให้มีทีมงานรับผิดชอบประสานงานด้านไข้หวัดใหญ่ขึ้นในโรงเรียน (ในลักษณะที่เป็นทีมงาน ไม่ควรมอบหมายใครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว) เช่น โรงเรียนอาจมอบหมายให้รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครองหรือครูฝ่ายการพยาบาลเป็นผู้ประสานงานหลัก (พร้อมกับทีมงานอีกจำนวนหนึ่ง) ในการป้องกันควบคุมโรค โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์ของพื้นที่ใกล้เคียงและแจ้งสถานการณ์ในโรงเรียนทันทีหากพบผู้ป่วยสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าดำเนินการควบคุมการระบาด



  3. เฝ้าระวัง โรงเรียนควรจะมีการจัดระบบการติดตามการขาดเรียนของเด็กนักเรียน ควรมีการตรวจสอบสาเหตุการขาดเรียนของนักเรียนด้วย หากพบขาดเรียนผิดปกติ (ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกัน)และสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อสอบสวนและควบคุมโรค



  4. ถ้าสามารถทำได้ โรงเรียนควรจัดห้องพยาบาลสำหรับการแยกสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ห้องพยาบาลควรมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก


  5. โรงเรียนควรแนะนำให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว) พักรักษาตัวที่บ้านหรือหอพัก หากมีอาการป่วยรุนแรง (หายใจเร็ว หายใจลำบาก หอบเหนื่อยอาเจียนมาก ซึม อาการไม่ดีขึ้นหลัง 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มป่วย) ควรรีบไปพบแพทย์


  6. Adobe Systems
  7. โรงเรียนควรมีการจัดระบบการคัดกรองนักเรียน หากพบนักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ (ไข้ ไอเจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว) ให้โรงเรียนแยกนักเรียน และติดต่อให้ผู้ปกครองมารับนักเรียนกลับไปฟักฟื้นที่บ้าน


  8. หากสถานศึกษาสามารถให้นักเรียนที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ทุกคนหยุดเรียนได้ (ควรหยุดเรียนและพักอยู่กับบ้าน 7 วัน) ก็จะป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ดี และ ไม่จำเป็นต้องปิดสถานศึกษา (การปิดโรงเรียนสามารถชะลอการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ได้ แต่ไม่สามารถยุติการระบาดได้ จะมีนักเรียนป่วยกลับมาใหม่หลังจากโรงเรียนเปิดกลับมาใหม่ โดยเฉพาะในชั้นเรียนอื่นที่ยังไม่มีการระบาด หลังจากโรงเรียนเปิดแล้วจะมีการระบาดใหญ่อีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับการเตรียมความพร้องของโรงเรียน)


  9. โรงเรียนควรมีคำแนะนำ (เอกสาร โปสเตอร์ อีเมลล์) ให้กับนักเรียน เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ รวมถึงการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวกับเด็กป่วย


  10. เตรียมเอกสารแนะนำผู้ปกครอง เพื่อทำความใจกับผู้ปกครอง และขอความร่วมมือให้เด็กป่วยหยุดเรียน


  11. แนะนำ และสนับสนุนให้นักเรียนล้างมือบ่อยๆ โดยการจัดให้มีอ่างล้างมือ น้ำและสบู่ อย่างเพียงพอ


  12. Adobe Systems
  13. Adobe Systemsควรทำความสะอาดอุปกรณ์ สิ่งของ เครื่องใช้ที่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น โต๊ะเรียน ลูกบิดประตู โทรศัพท์ราวบันได คอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยการใช้น้ำน้ำละลายผงซักฟอกเช็ดทำความสะอาด ให้บ่อยที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ สำหรับเมาส์ แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์การเรียนอื่นๆ ที่นักเรียนต้องใช้ในแต่ละชั่วโมงเรียนควรทำความสะอาดทุกครั้งที่มีการผลัดเปลี่ยนชั้นเรียน



  14. ควรเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และแสงแดดส่องได้ทั่วถึง



  15. สถานศึกษาที่ยังไม่พบการระบาดควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องมีการนำนักเรียนจำนวนมากมารวมตัวกัน (เช่น การซ้อมเชียร์ การแข่งกีฬา เป็นต้น) หรือการเดินทางออกนอกพื้นที่เป็นหมู่คณะ ส่วนสถานศึกษาที่มีการระบาดแล้วควรงดกิจกรรมดังกล่าวโดยเด็ดขาด



  16. โรงเรียนควรเตรียมมาตรการชดเชยทั้งด้านการเรียน การสอน เวลาในการเรียน และการปฏิบัติงานของทั้งนักเรียน ครู อาจารย์ และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ที่จำเป็นต้องหยุดพักการเรียนหรือปฏิบัติงานเนื่องจากการป่วย


  17. ในปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ได้ วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลไม่สามารป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 ได้ ซึ่งคาดว่าประเทศไทยน่าจะมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อย่างเร็วที่สุดในช่วงปลายปี พ.ศ. 2552

 

ลักษณะ บทบาท และหน้าที่ของทีมงานรับผิดชอบประสานงานด้านไข้หวัดใหญ่ในโรงเรียน


Adobe Systems

    Adobe Systems
  1. ทีมงานรับผิดชอบประสานงานด้านไข้หวัดใหญ่ในโรงเรียนควรมีรองผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นหัวหน้าทีม และควรมครูพยาบาลร่วมอยู่ในทีมงาน (อาจทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลัก)

  2. ทำบันทึกจำนวนนักเรียนป่วยที่มารับบริการที่ห้องพยาบาล และจำนวนนักเรียนที่ขาดเรียน (แยกตามห้องเรียน) เป็นรายวัน หากพบจำนวนนักเรียนป่วยมารับบริการมากขึ้นผิดปกติ ให้สงสัยว่ามีการระบาดเกิดขึ้นในโรงเรียนและรีบแจ้งผู้บริหารโรงเรียนทราบทันที

  3. เตรียมหน้ากากอนามัยไว้ให้พร้อมในห้องพยาบาล (เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาจจัดหาไปให้ในครั้งแรก)

  4. ครูประจำชั้นควรตรวจสอบประวัติสุขภาพของนักเรียน จัดทำทะเบียนนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการป่วยรุนแรง ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี (กรณีเป็นสถานเลี้ยงเด็กอ่อน) ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ เช่น เบาหวาน มะเร็ง โรคประจำตัวที่ต้องกินยากดภูมิคุ้มกันหรือกินยาสเตียรอยด์ ผู้ที่ต้องกินยาแอสไพรินเป็นประจำ ผู้ที่อ้วน

  5. ในโรงเรียนที่ยังไม่มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) หากพบผู้ป่วยที่สงสัยโรคไข้หวัดใหญ่ หมายถึง ผู้ป่วยที่มีอาการอย่างน้อย 2 ใน 4 อาการ ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ให้แยกผู้ป่วยและให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยทันที ส่งผู้ป่วยไปยังจุดที่ใช้สำหรับให้ผู้ป่วยรอผู้ปกครองมารับกลับ แจ้งให้ผู้ปกครองมารับกลับไปพักรักษาตัวอยู่กับบ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันนับจากวันเริ่มป่วย

  6. Adobe Systems
  7. ในโรงเรียนที่พบผู้ป่วยหลายรายแล้ว ครูประจำชั้นต้องช่วยคัดกรองเด็กที่มีอาการอย่างน้อย 2 ใน 4 อาการได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียน หากพบผู้ป่วยสงสัย ให้แยกผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยทันที ส่งผู้ป่วยไปยังจุดที่ใช้สำหรับให้ผู้ป่วยรอผู้ปกครองมารับกลับ แจ้งให้ผู้ปกครองมารับกลับไปพักรักษาตัวอยู่กับบ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วันนับจากวันเริ่มป่วย

  8. จุดที่ใช้สำหรับให้ผู้ปกครองมารับกลับ ไม่ควรจะเป็นห้องพยาบาลปกติ เนื่องจากจะทำให้ห้องพยาบาล (ซึ่งอาจมีเด็กที่ไม่สบายจากสาเหตุอื่นมาใช้บริการ) เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคไข้หวัดใหญ่ได้ โรงเรียนอาจพิจารณาหาห้อง หรือบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกอยู่ใกล้ประตูทางออกโรงเรียนสำหรับใช้เป็นที่ให้นักเรียนที่ป่วยรอผู้ปกครองมารับกลับ

  9. หากพบนักเรียนที่อยู่ในทะเบียนนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการป่วยรุนแรง ป่วยด้วยอาการอย่างน้อย 2 ใน 4 อาการ ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ควรให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยงสูงนี้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีเพื่อทำการรักษา ตามมาตรฐานทางการแพทย์โดยไม่ต้องรอให้มีอาการป่วย

  10. ให้สุขศึกษาแก่นักเรียนเรื่องการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ เน้นการล้างมือด้วยสบู่โดยเฉพาะภายหลังไอจาม ขับถ่าย ก่อนหยิบจับอาหารใส่ปาก และทุกครั้งภายหลังใช้มือสัมผัสอุปกรณ์ที่มีการใช้ร่วมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โทรศัพท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ลูกบิดประตู ราวบันได

 

คำถามที่พบบ่อย สำหรับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ 2009

 
1. ทำไมต้องป้องกันการระบาดในโรงเรียนด้วย?
ตอบ

เป้าหมายของการป้องกันการระบาดในโรงเรียนคงไม่ใช่การป้องกันไม่ให้มีเด็กป่วยแม้แต่คน
เดียว ส่วนใหญ่เด็กที่ป่วยคนแรกๆ ของโรงเรียนมักจะติดมาจากข้างนอก (ติดจากครอบครัวติดจากโรงเรียนกวดวิชา ติดจากการไปเดินเที่ยวในที่ที่มีคนพลุกพล่าน) แล้วเข้ามาแพร่เชื้อในโรงเรียน สิ่งที่โรงเรียนจะต้องพยายามทำก็คือการป้องกันไม่ให้เกิดการระบาด นั่นคือ ป้องกันไม่ให้มีเด็กหลายๆ คน (2-3 คนขึ้นไป) ป่วยพร้อมกัน จำนวนผู้ป่วยรวมจะต่างกันมากถ้าเกิดการระบาดใหญ่ กับการเกิดผู้ป่วยครั้งละ 1-2 คน ถ้าเกิดการระบาดใหญ่อาจมีผู้ป่วยรวมมากกว่า ร้อยละ 50 ของจำนวนเด็กและครูในโรงเรียนได้ แต่ถ้าเกิดผู้ป่วยครั้งละ 1-2 คนอาจจะมีผู้ป่วยรวมอยู่ที่ระดับประมาณร้อยละ 20-30 ได้

2. ในช่วงที่โรงเรียนมีการสอบ ทำให้เด็กไม่อยากจะหยุดเรียน จึงทำให้เด็กป่วยยังคงมาโรงเรียนอยู่? Adobe Systems
ตอบ

โรงเรียนควรมีนโยบายที่ยืดหยุ่นในเรื่องการสอบนักเรียน เช่น อนุญาตให้เด็กป่วยสามารถเลื่อนสอบได้ หรือหากเด็กมีอาการป่วยไม่รุนแรง อาจพิจารณาจัดให้เด็กสอบแยกจากเพื่อน โดยให้นักเรียนที่ป่วยใส่หน้ากาก จัดเจลล้างมือให้เด็กในห้องสอบ และเมื่อเสร็จกิจกรรมสอบแล้วก็แนะนำให้เด็กกลับบ้านในกรณีที่โรงเรียนยังไม่มีการระบาดก็คงต้องชี้แจงให้โรงเรียนเข้าใจภาพการระบาด ระยะเวลาการระบาด และจำนวนนักเรียนและครูที่คาดว่าจะป่วย เพื่อให้โรงเรียนตัดสินใจและเตรียมความพร้อมเช่นกัน

 

3. ครูที่ป่วยไม่ยอมหยุดงาน เพราะกลัวจะถูกหักเงินเดือนAdobe Systems
ตอบ
เรื่องนี้ต้องชี้แจงให้ผู้บริหารโรงเรียนทราบถึงผลเสียของการปล่อยให้ครูที่ป่วยมาทำงาน ควรแนะนำให้โรงเรียนมีความยืดหยุ่นในเรื่องของวันลาของบุคลากร (ครู และเจ้าหน้าที่อื่นๆ) นอกจากนี้ ยังต้องแนะนำให้โรงเรียนเตรียมความพร้อมในกรณีที่มีครูหรือเจ้าหน้าที่จะต้องลาหยุดพร้อมๆ กันหลายๆ คนด้วย ซึ่งหลักการเหล่านี้ได้มีการพูดถึงชัดเจนอยู่แล้วในหลักการของการจัดทำ Business Continuity Plan
4. เชื้อไวรัสสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานแค่ไหน?Adobe Systems
ตอบ

ชื้อไวรัสเป็นเชื้อที่อาศัยอยู่ในสิ่งมีชีวิต หากออกมาปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมจะอยู่ได้ไม่เกิน2–8 ชั่วโมงและเชื้อไวรัสจะตายเร็วยิ่งขึ้นในอุณหภูมิที่สูงขึ้นและอากาศแห้ง ดังนั้นควรเปิดห้องเรียนให้แสงแดดส่องถึงและอากาศถ่ายเทได้สะดวกอย่างสม่ำเสมอ

5. การทำความสะอาดโรงเรียน โดยเฉพาะจุดที่นักเรียนมักจะสัมผัสกันบ่อยๆ ควรดำเนินการอย่างไรบ่อยแค่ไหนAdobe Systems
ตอบ
การทำความสะอาดจุดที่นักเรียนมักจะสัมผัส แตะ จับ ควรทำบ่อยๆ ในช่วงระหว่างที่มีการเรียนการสอนส่วนจะต้องทำถี่แค่ไหน ขึ้นอยู่กับลักษณะของสิ่งสัมผัส เช่น ถ้าเป็นห้องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ควรมีการเช็ดทำความสะอาดหลังจากหมดชั่วโมงเรียน ก่อนที่นักเรียนคนใหม่เข้ามาใช้อุปกรณ์ การทำความสะอาดราวบันได อาจเช็ดทำความสะอาดในช่วงชั่วโมงเรียนหลังจากที่นักเรียนเข้าห้องเรียนแล้วทุกชั่วโมงเรียนเป็นต้น การทำความสะอาดพื้นผิวที่นักเรียนมักสัมผัส แตะ จับจะในช่วงเวลาระหว่างวันบ่อยๆ สำคัญกว่าการทำ “Big Cleaning” ในช่วงเย็นหลังจากที่โรงเรียนปิดไปแล้ว
6. การทำความสะอาดโรงเรียนอย่างถูกวิธี เมื่อมีการระบาด ควรทำ Big cleaning day หรือไม่? Adobe Systems
ตอบ
การทำ Big cleaning day แบบนานๆ ครั้งไม่สามารถช่วยลดการแพร่กระจายของโรค จากหลักการที่ว่าเชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เพียง 2-8 ชั่วโมง การทำความสะอาดที่สำคัญจึงเป็นการทำความสะอาดในช่วงระหว่างวัน และเป็นการทำความสะอาดจุดที่มีการสัมผัสกันบ่อยๆ ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
7. ควรใช้น้ำยาอะไรในการทำความสะอาดอุปกรณ์และสถานที่? Adobe Systems
ตอบ
น้ำละลายผงซักฟอก มีประสิทธิภาพเพียงพอในการทำลายเชื้อไวรัส
8. ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคไข้หวัดใหญ่รุนแรงหรือเสียชีวิต?Adobe Systems
ตอบ
1) ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี 2) ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี 3) หญิงตั้งครรภ์ 4) ผู้ที่มีโรคอ้วน 5) ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง (เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคหลอดเลือดหัวใจ) และ 6) ผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ (เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ ผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน) กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ หากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อพิจารณาการรับยาต้านไวรัส
9. ควรมีการดูแลกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ครูและเด็กที่มีโรคประจำตัว ครูที่ป่วยด้วยโรคเบาหวาน หรือครูที่กำลังตั้งครรภ์ อย่างไร Adobe Systems
ตอบ
ถ้าโรงเรียนทำได้ ควรมีการค้นหาประชากรกลุ่มนี้ล่วงหน้า และให้คำแนะนำเป็นพิเศษในกรณีที่ครูหรือนักเรียนกลุ่มนี้ป่วยด้วยอาการที่คล้ายไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากครูและนักเรียนกลุ่มนี้อาจมีอาการป่วยที่รุนแรงได้และหากโรงเรียนสามารถทำได้ อาจมอบหมายงานที่ไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับนักเรียนโดยตรงให้กับครูที่ทำกำลังตั้งครรภ์
10. ครูประจำชั้นจะทราบได้อย่างไรว่าเด็กมีไข้ ต้องวัดอุณหภูมิเด็กทุกคนก่อนเข้าห้องเรียนหรือไม่? Adobe Systems
ตอบ
ในเด็กเล็ก เช่น อนุบาล ที่ยังสื่อสารได้ยาก อาจต้องใช้เทอร์โมมีเตอร์วัด หรืออาจใช้แถบวัดอุณหภูมิช่วยในการคัดกรอง ส่วนเด็กประถมศึกษาขึ้นไปที่สามารถสื่อสารได้ดี ควรมีการให้สุขศึกษาแก่เด็กนักเรียนในการสังเกตและแจ้งอาการของตนเอง ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองและนักเรียนถึงความจำเป็นในการแจ้งทางโรงเรียนเมื่อเด็กมีอาการป่วย และผลกระทบกับส่วนรวมและตนเองจากการปิดบังอาการป่วย เช่น อาจทำให้เด็กได้รับการดูแลรักษาล่าช้า หรืออาจทำให้เกิดการระบาดขยายวงกว้างในโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนเป็นต้น
11. ต้องพานักเรียนที่ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือไม่?Adobe Systems
ตอบ

หากนักเรียนไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง 3 กลุ่ม ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ในทันทีนักเรียนสามารถพักฟื้นอยู่ที่บ้าน รวมทั้งใช้ยารักษาตามอาการได้ หากโรคมีอาการรุนแรงขึ้น (เช่น ผู้ป่วยที่หายใจเร็ว (อายุน้อยกว่า 2 เดือนหายใจเร็วกว่า 60 ครั้งต่อนาที อายุ 2 เดือนถึง 1 ปี หายใจเร็วกว่า 50 ครั้งต่อนาทีอายุ 1-5 ปี หายใจเร็วกว่า 40 ครั้งต่อนาที อายุมากกว่า 5 ปีหายใจเร็วกว่า 30 ครั้งต่อนาที เด็กโตและผู้ใหญ่ หายใจเร็วกว่า 24 ครั้งต่อนาที) หรือมีอาการหายใจลำบากเหนื่อย หอบ อาการไม่ดีขึ้นหลัง 48 ชั่วโมง อาเจียนมาก รับประทานอาหารไม่ได้ หรือได้น้อยกว่าปกติอย่างชัดเจน มีภาวะขาดน้ำ เป็นต้น) จึงควรไปพบแพทย์

ในกรณีที่นักเรียนจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่โรคจะรุนแรง ได้แก่

  1. เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี และกลุ่งผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
  2. มีภาวะเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น หญิงตั้งครรภ์ โรคอ้วน
  3. มีโรคเรื้อรัง เช่น
  • โรคหอบหืด หรือ โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด
  • โรคที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ (เอดส์ มะเร็ง เอสแอลอี ฯลฯ)
  • โรคเบาหวาน โรคไต ลมชัก ธาลัสซีเมีย
  • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ได้รับยาแอสไพรินเป็นเวลานาน (อาจเกิด Reye syndrome)

ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการ

12. การล้างมือจำเป็นต้องใช้เจลล้างมือฆ่าเชื้อหรือไม่?Adobe Systems
ตอบ
ไม่จำเป็น การล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธี นานอย่างน้อย 15 – 20 วินาที (ร้องเพลงช้างจบ 1 รอบ) เพียงพอต่อการป้องกันโรค
13. นักเรียนที่สบายดี ไม่ป่วย ควรใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่Adobe Systems
ตอบ
ผู้ที่ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยมากที่สุดคือผู้ป่วย เนื่องจากการใส่หน้ากากอนามัยสามารถป้องกันการกระจายของน้ำมูกและน้ำลายเวลาที่ผู้ป่วยไอหรือจามได้ดี ส่วนผู้ที่ไม่ป่วยอาจพิจารณาใส่หน้ากากอนามัยกรณีที่ต้องไปอยู่ในสถานที่แออัด
14. ถ้าให้เด็กป่วยใส่หน้ากากแล้วจะให้นั่งเรียนต่อไปได้หรือไม่ Adobe Systems
ตอบ
ไม่แนะนำให้เรียนต่อ แนะนำให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้าน เนื่องจากเด็กที่ใส่หน้ากากอนามัย หากยังคลุกคลีอยู่กับนักเรียนคนอื่น ก็ยังอาจแพร่เชื้อให้เพื่อนๆ ได้อยู่ดี
15. ผู้ปกครองมักอ้างว่าเด็กของตัวเองป่วยด้วยไข้หวัดธรรมดา ไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ไม่จำเป็นต้องหยุดเรียน ในกรณีนี้ควรดำเนินการอย่างไรAdobe Systems
ตอบ
การแยกไข้หวัดธรรมดา กับไข้หวัดใหญ่ทำยาก (ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่บางคนก็อาการไม่รุนแรง อาการเหมือนไข้หวัดธรรมดาได้เช่นกัน แต่ถ้าไปติดคนอื่น คนอื่นอาจอาการรุนแรงได้) แต่ในกรณีการคัดกรองอาจไม่จำเป็นต้องแยกให้ชัดว่าคนนี้ป่วยด้วยไข้หวัดธรรมดาหรือป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากเด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา ก็ควรพักอยู่บ้านไม่ควรมาแพร่เชื้อที่โรงเรียนเช่นกัน ดังนั้น กรณีที่เด็กเป็นหวัดชัดเจนก็อาจขอให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้านได้เช่นกัน
16. หากผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานยาพาราเซตตามอลได้ ควรจะใช้ยาลดไข้แก้ปวดตัวไหนดี Adobe Systems
ตอบ
ยาแอสไพรินเป็นยาที่ห้ามใช้ในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น หากผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานยาพาราเซตตามอลได้ ก็สามารถเลือกรับประทานยาไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) หรือยานาโปรเซ็น (Naproxen) ได้ การใช้ยาไอบูโปรเฟนและยานาโปรเซ็นควรรับประทานหลังอาหาร และไม่ควรรับประทานยาขณะท้องว่าง เนื่องจากยาทำให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารได้มาก อนึ่ง หากผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาไอบูโปรเฟนหรือยานาโปรเซ็น ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และควรศึกษาวิธีการใช้ยาและข้อห้ามการใช้ยา ก่อนรับประทานยา

 

17. หากผู้ป่วยเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับยาแอสไพรินเป็นประจำเกิดด้วยป่วยอาการที่คล้ายไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยควรหยุดรับประทานยาแอสไพรินหรือไม่ Adobe Systems
ตอบ
ผู้ป่วยที่รับประทานยาแอสไพรินไม่ควรหยุดยาเอง ผู้ป่วยควรรีบปรึกษาแพทย์ประจำตัวผู้ป่วย (แพทย์ผู้สั่งจ่ายยาแอสไพริน)

 

18. การใส่หน้ากากอนามัยควรใส่อย่างไรครับ เอาด้านไหนออกAdobe Systems
ตอบ
หน้ากากอนามัยมี 2 ด้านครับ คือด้านที่กันน้ำ กับด้านที่ซับน้ำ ด้านที่กันน้ำมักเป็นด้านที่มีสี เช่น สีเขียวหรือสีฟ้า ดังนั้น การใส่หน้ากากอนามัยควรหันเอาด้านนี้ออก ส่วนด้านที่ซับน้ำมักทำด้วยผ้าที่มีเนื้อนุ่มกว่า ซับน้ำ และบางยี่ห้อก็จะใส่สารป้องกันการแพ้และการระคายเคืองไว้ด้วย ดังนั้น ด้านนี้จึงควรเป็นด้านใน


การใส่หน้ากากอนามัยกลับด้านจะทำให้ประโยชน์ที่จะได้จากการใส่หน้ากากอนามัยน้อยลง ส่วนความเชื่อผิดๆ ที่มาจากจดหมายลูกโซ่ที่ว่าผู้ที่ใส่หน้ากากที่มีสีออกเป็นผู้ป่วย ส่วนผู้ที่ไม่ป่วยใส่เอาด้านที่เป็นสีขาวออกเป็นความเชื่อที่ผิดครับ ผู้ที่ไม่ป่วยก็ต้องใส่หน้ากากเอาด้านที่มีสีออกเช่นกันเพื่อประโยชน์สูงสุดครับ

คนไทยร่วมใจต้านภัยไข้หวัดใหญ่ฯ 2009

 


 
Keep me posted 
 
Nickname :
  
Comment : 
Email : 
 
  1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 

#1 by Watsan
06/07/2552 09:29
Email
 

สำหรับผู้ที่สนใจ และมีข้อสงสัย หรือมีกรณีศึกษาอื่นๆ แบ่งปันกันได้เลยนะครับ

 

#2 by เม่น4/8
09/07/2552 01:47
Email
 

ผมอยากให้โรงเรียนปิดอ่ะครับน่ะครับผมขอร้องปิดสัก2อาทิตย์

 

#3 by นัน4/8
09/07/2552 01:52
Email
 

ไขหวัดไหม่ไม่น่ากลัวหรอกปิดทำไม

 

#4 by neung
09/07/2552 02:54
Email
 

ทำไมไม่ให้ผู้ที่ไม่ป่วยสวมหน้ากาก......เพราะเหตุใด

 

#5 by Watsan
09/07/2552 06:42
Email
 

เหตุผลที่ไม่ให้ผู้ไม่ป่วยสวมหน้ากากนะครับ

เชื้อโรคที่ลอยอยู่ในอากาศมีขนาดเล็กมากครับ เล็กมากกว่ากรองของหน้ากากจะกรองไว้ได้ มันก็สามารถจะหลุดเข้าไปในร่างกายได้ครับ ส่วนถ้าตัวไหนมันไปติดแหมะอยู่ที่หน้ากาก อีกไม่นานมันก็เข้าร่างกายเราได้ครับ หน้ากากอยู่ติดกันกับปาก-จมูกแค่นั้นเอง

สำหรับเรื่องนี้ ที่ให้คนป่วยใส่ เพราะกันไม่ให้เวลาจามแล้วมันฟุ้งกระจายครับ

 

 

 

#6 by ALek
09/07/2552 07:23
Email
 

อยากให้มีมาตรการที่ชัดเจนมากกว่านี้ในโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนสงเคราะห์ อาทิ โรงเรียนพระปริยัติธรรม เพราะนักเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวเขา ซึ่งส่วนใหญ่ขาด สุขอนามัย ผู้บริหารให้ความสนใจน้อย ถ้ามีนักเรียนติดเชื้อสักคนจะเป็นแหล่งแพร่เชื่อที่รวดเร็วมาก

 

#7 by 000
09/07/2552 07:53
no email
 

โรงเรียนรัฐบาลก็มีครับอาทิเช่นโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์

เป็นไข้หวัดกันมากแต่ไม่มีใครมาดูแล

 

#8 by Watsan
10/07/2552 02:13
Email
 

คุณ Alek ครับ

มาตราการที่ทางเราลงไว้ให้ก็ถือว่าชัดเจนในระดับหนึ่งแล้วนะครับ ซึ่งสามารถทำไปปรับใช้ได้กับทุกโรงเรียนครับ มาตราการที่เราแนะนำเป็นแนวทางซึ่งสามารถใช้ได้ในทุกโรงเรียนอยู่แล้วครับ  ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ

 

คุณ 000

ไม่ทราบในด้านนั้นเหมือนกันครับ แต่สิ่งที่คิดว่าช่วยได้คือนำคำแนะนำของโรงเรียนที่เราโพสไว้ ไปปฎิบัติครับ 

 

 ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นครับ

 

#9 by mind
10/07/2552 07:48
Email
 

โรงเรียนเรียนวิมุตายารามเขตสาม

เด็กไม่สบายเยอะมากเป็นไข้แต่โรงเรียนไม่ทำอะไร

ห้องหนึ่งประมาณ 10 คนที่เกิดอาการเป้นไข้

 

#10 by Watsan
10/07/2552 10:11
Email
 

คุณ mind ตอนี้ผมติดต่อทาง E-Mail ไปยังโรงเรียนแล้วนะครับ

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

 

#11 by jj
10/07/2552 02:18
no email
 

อยากให้โรงเรียนสั่งปิดโรงเรียนเลยดีกว่า  เพราะขณะนี้เด็กที่มีอายุระหว่าง

11-20 ปี มีอาการไข้เยอะมาก  เพราะไข้หวัด อันตรายมาก  และเร็วจริง ๆ  

 

#12 by BoM
10/07/2552 06:36
no email
 

ถ้าแค่ไอหรือจามเฉยๆ แต่ไม่มีอาการอื่นแทรกเลย แล้วเรียนในห้องเรียนเขาใส่หน้ากาก เขามีโอกาศติดเชื้อได้มากน้อยกว่าไม่ใส่หน้ากากหรือไม่อ่าคับ

 

#13 by Watsan
10/07/2552 08:58
Email
 

ตอบคุณ jj  นะครับ

แนวทางที่ถูกต้องคือให้เด็กที่ป่วยหยุดพักอยู่บ้านครับ และต้องให้ทางโรงเรียนมีการวางแผนว่า เด็กที่ป่วยไป จะให้เรียนตามอย่างไร  ในความเป็นจริงแล้ว การปิดโรงเรียนไม่ได้ช่วยในระยะยาวครับ เมื่อเปิดเรียนมา ถ้าเด็กที่ยังมีเชื้อมาเรียน ก็จะเกิดการระบาดขึ้นอีกครับ

 

ตอบคุณ BoM ::
 

       การใส่หน้ากากสำหรับผู้ไม่ติดเชื้อนั้นแทบจะไม่ได้ช่วยเลยครับ เพราะเชื้อโรคมันมีขนาดเล็กกว่าที่หน้ากากจะกรองได้ครับ คำแนะนำของผมคือให้ผู้ที่ป่วยหยุดพักอยู่บ้าน แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ต้องให้ผู้ที่ป่วยใส่หน้ากากครับ

 

#14 by kmanager
11/07/2552 01:39
Email
 

เหตุผลสำคัญที่ไม่แนะนำให้ปิดโรงเรียนครับ

1.  การปิดโรงเรียนมีผลระยะสั้นครับ หากโรงเรียนเตรียมการไม่ดี พอโรงเรียนเปิดก็จะเกิดการระบาดขึ้นอีก  

2. หากปิดโรงเรียนแล้วผู้ป่วยไม่พักอยู่บ้าน ประโยชน์จะน้อยจริงๆ ดังเช่น ช่วงปิดยาว 5 วันที่ผ่านมา โรงเรียนปิด นักเรียนป่วยไปเที่ยว ไปแพร่เชื้อยังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ การปิดโรงเรียนจึงไม่ใช่คำตอบ คำตอบที่ถูกคือ ผู้ป่วยต้องหยุดแพร่เชื้อด้วยการพักอยู่ที่บ้านไม่ออกไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

3. ดังที่ได้กล่าวไปบ้างแล้วในข้อ 2 ครับ การปิดโรงเรียนสร้างความเข้าใจที่ผิด วิธีการป้องกันการแพร่เชื้อที่ดีที่สุดคือการที่ผู้ป่วยพักอยู่กับบ้าน ไม่คลุกคลีสัมผัสกับผู้ือ่ื่นครับ หากจำเป็นจริงๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ผู้ป่วยควรใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น และทุกๆ คนต้องหมั่นล้างมือบ่อยๆ ครับ

 

#15 by khk6226
12/07/2552 11:04
Email
 

ขอบคุณสำหรับข้อมูล

 

#16 by นายแพทย์ช้วน
14/07/2552 11:05
Email
 

ผมว่าแนวทางการให้ผู้ที่ไม่ป่วยไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยนั้นมันไม่ชัดเจนครับ คือสื่อสารมวลชนรวมทั้งผู้มีความรู้หลายๆท่านได้ให้คำแนะนำเรื่องนี้ว่าควรใส่เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อ ซึ่งถึงแม้เชื้อจะเล็กมากและยังไปติดที่ตัวหน้ากากได้เป็นคำตอบที่ขาดเหตุผล เพราะเชื้อถึงแม้จะเล็กมากแต่ถ้าปลิวมาติดหน้ากากก่อนก็ยังดีกว่าปลิวเข้าปากไปเลย ผมว่านะ (ไม่อย่างนั้นต่างประเทศ เช่น จีน เค้าจะแนะนำกันทำไม บ้านเราเข้าดูคอนเสิร์ตก็แจกหน้ากากนะ) อยากได้ข้อมูลดีๆอ้างอิงองค์การที่เชื่อถือได้ครับ เช่น WHO เป็นต้น 

 

#17 by kknic
14/07/2552 05:26
Email
 

วันนี้วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่นมีเด็กป่วยพร้อมกัน จำนวน43 คน

 

 

#18 by kmanager
14/07/2552 09:58
no email
 

ตอบนายแพทย์ช้วน เรื่องหน้ากากอนามัยครับ

 

ตามข้อมูลในทางวิชาการจริงๆ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการศึกษาใดที่สามารถยืนยันได้ว่า การใส่หน้ากากเพื่อการป้องกันมีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อได้จริง ตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติ สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญต้านนี้สูงสุด แทบไม่แนะนำให้ผู้ที่มีสุขภาพดีใช้หน้ากากอนามัยไม่ว่าจะในภาวะการณ์ใดเลยครับ

ผมแค่หวังว่าการรณรงค์ให้ใส่หน้ากากอนามัยในปัจจุบัน จะช่วยให้ผู้ป่วยเห็นว่าเป็นเรื่องปกติที่จะใส่ และทำให้ผู้ป่วยใส่กันมากขึ้น ไม่ไ้ด้หวังว่าจะป้องกันการติดเชื้อในผู้ที่ไม่ป่วยหรอกครับ

 

ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cdc.gov/h1n1flu/masks.htm

 

สำหรับผู้ที่ไม่ป่วยดีที่สุดคือล้างมือบ่อยๆ อย่าเอามือมาจับบริเวณหน้า ตา จมูก และปาก

 

#19 by ;bKI6=yp
15/07/2552 10:30
no email
 

1.โอกาสและความเป็นไปได้ที่เชื้อH1N1จะแต่งงานกับ H5N1 แล้วเกิดระบาดขึ้นมีมากน้อยเพียงไร ขณะนี้มีการเฝ้าระวังอยู่หรือไม่

2. ถ้าเชื้อกลายพันธ์และถ้าอัตราติดเชื้อเท่ากับ 10%ของประชากร หรือ 6 ล้านคน และถ้าเป็นปอดบวมต้องนอนโรงพยาบาล 10 % หรือ 6 แสนคนในเวลา 6 เดือน หรือเดือนละ 1 แสน คน นอนคนละ 5 วัน ต้องใช้เตียงผู้ป่วย เท่ากับ 5 แสนเตียงต่อเดือนหรือ 1 หมื่น 6 พันเตียงต่อวัน โรงพยาบาลทั่วประเทศจะมีพอให้นอนไหม ยังไม่นับจำนวนเครื่องช่วยหายใจ และแพทย์พยาบาลที่จะมาดูแล ไม่ทราบว่ารัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขได้มีแผนรองรับหรือไม่

3. ยาต้านไวรัสที่ใช้อยู่หากใช้ในจำนวนมากๆ เชื่อว่าในระยะเวลาอันใกล้จะต้องเกิดการดื้อยาอย่างแน่นอน ซึ่งจะใช้ไม่ได้ผลเมื่อถึงคราวต้องใช้จริงๆ แต่ถ้าไม่ใช้ตอนนี้ คงมีจำนวนผู้เสียชีวิตจำนนมากเหมือนที่เกิดในเม็กซิโก ตกลงจะใช้หรือไม่ใช้ ดูจากข่าว กทม. เตรียมปูพรมใช้ยาแน่นอนแล้ว กระทรวงสาธารณสุขจะว่ายังไง 

4. วัคซีนใหม่ที่เร่งผลิตแล้วเริ่มใช้ในเดือนตุลาคมนี้ จะมีความปลอดภัยแค่ไหน ในอเมริกา เมื่อปี 1976 มีกลายเร่งฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดหมูจนมีผู้เสียชีวิตและเป็นอัมพาต จำนวนหนึ่ง สุดท้ายรัฐบาลอเมริกันต้องระงับโครงการและถูกฟ้องร้องเป็นเงินมากมาย ไม่ทราบว่าเหตุการเช่นนั้นจะมีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ในยุคนี้

ในความเห็นของผม ทั้ง โรงพยาบาล ยา และวัคซีน ไม่ใช่คำตอบที่ดี สำหรับการรับมือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ สิ่งที่จะเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการรับมือคือ คนไทยและรัฐบาลไทย ควรช่วยกันคนละไม้คนละมือ หยุดโวยวาย หยุดเห็นแก่ประโยช์ส่วนตน อย่ารอแต่ให้คนอื่นช่วย อย่าเอาแต่โทษคนอื่น 

ถ้าประเทศไทยเปรียบเหมือนคน ตอนนี้ประเทศไทยกำลังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 เราไปรับเชื้อมา โดยที่เราก้อรู้แต่เราห่วงเรื่องเงิน เรื่องทำมาหากิน อยากได้เงินจากนักท่องเที่ยว คนของเราก้อปล่อยไปเที่ยวทั้งๆที่รู้ว่าเสี่ยง แต่เอาเถอะยังไงก็ติดโรคมาแล้ว เลิกโวยวาย

ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเร่ิ่มป่วยเล็กน้อย คลั่นเนื้อคลั่นต้ว น้ำมูกไหล ไอเล็กน้อย ยังไม่ถึงกับเป็นปอดบวม ประเทศไทยควรพักผ่อน อยู่กับบ้านอย่างน้อยซัก 10 วัน หยุดทำมาหากิน พักผ่อนให้เพียงพอ หายดีแล้วค่อยทำมาหากินใหม่ก้อได้ บ้านเราไม่ได้ยากจน จนถึงกับว่าหยุดทำมาหากินซัก 10 วันแล้วจะพากันอดตาย แต่ถ้าเรายังดันทุรังคิดว่า ยังไม่เป็นไร ร่างกายยังแข็งแรง ยังไม่เป็นปอดบวม ไว้เป็นมากแล้วค่อยมาหยุด ตอนนั้นอาจสายไปเสียแล้วก้อได้

หยุดเถอะครับ หยุดพักรักษาตัวซัก 10 วัน ให้หายดีแล้วค่อยมาทำมาหากินกันใหม่ อย่างงกเงินนักเลย

ด้วยความปราถนาดี

;bKI6=yp

 

#20 by หมอ
16/07/2552 08:40
no email
 

กระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมให้ทุกคนสวมหน้ากาก  แต่คุณกลับบอกว่า ผู้ที่ไม่ป่วยไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยนั้น มันมั่วกันมากนะครับ สื่อสารมวลชนรวมทั้งผู้มีความรู้หลายๆท่านได้ให้คำแนะนำเรื่องนี้ว่าควรใส่เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อ  เอาให้แน่สักอย่าง  อย่าทำให้คนอ่านสับสน

 

#21 by หมอ
16/07/2552 08:42
no email
 

กระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมให้ทุกคนสวมหน้ากาก  แต่คุณกลับบอกว่า ผู้ที่ไม่ป่วยไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัยนั้น มันมั่วกันมากนะครับ  เอาให้แน่สักอย่าง  อย่าทำให้คนอ่านสับสน

 

#22 by อเมริกา:ตัวอย่างที่ล้มเหลว
18/07/2552 12:30
no email
 

 

หน้ากากกันเชื้อไวรัสไม่ได้ก็จริง

แต่ไข้หวัดใหญ่ ส่วนใหญ่ติดทาง droplet นะครับ

ไวรัสมาหาคนโดยตัวมันเองไม่ได้ ยกเว้นในบางสภาวะที่อาจทำให้เกิดการติดต่อแบบ airborne

มันมากับเม็ดเสมหะหรือน้ำมูกนะ ซึ่งหน้ากากอนามัยสามารถป้องกันได้แน่นอน

 

#23 by อย่าเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่
18/07/2552 12:38
no email
 

กระทรวงส่งเสริมให้ทุกคนใส่หน้ากากเพราะจะไม่ทำให้สังคมรังเกียจคนสวมหน้ากาก

การบอกว่าคนป่วยใส่ คนดีไม่ต้องใส่ เป็นการตีตราว่าคนใส่หน้ากากเป็นคนป่วย

สุดท้ายทุกคนก็เลยไม่ใส่ ทั้งดีและป่วย การแพร่ระบาดเลยรุนแรง

แก้ไขคำแนะนำดังกล่าว แล้วมารณรงค์ให้คนใส่หน้ากากอนามัยมาก ๆ

สุดท้ายคนป่วยก็จะใส่หน้ากากทุกคน และจะช่วยลดการแพร่ได้ในที่สุด

 

#24 by PAT
18/07/2552 06:33
no email
 

แพทย์  พยาบาล ที่ตรวจ ดูแล ผู้ที่ป่วยควรสวมหน้ากากไหม

 

#25 by ใส่ทุกคนดีที่สุด
18/07/2552 07:32
no email
 

กระทรวงสาธารณสุขไม่แนะนำให้สวมใส่หน้ากากอนามัยในผู้ที่ยังไม่มีอาการป่วย

 

ตอนนี้แนะนำแล้ว Webmaster รีบแก้ไขด่วน

ไม่เช่นนั้นถือว่าขัดนโยบายของกระทรวงนะ

 

#26 by ใส่ดีกว่าไม่ใส่แน่นอน
18/07/2552 07:40
no email
 

ถ้าหน้ากากอนามัยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ไม่ได้

แพทย์ พยาบาล ใส่หน้ากากอนามัยทำไม

ไม่มีเงินซื้อหน้ากากอนามัยก็บอกมาตรง ๆ

ให้ประชาชนซื้อเองก็ได้ไม่มีใครว่า ขอให้พูดความจริงซะที

 

#27 by หมอแก้ว
19/07/2552 09:31
Email
 

ตามจริงแล้ว ด้วยข้อมูลทางวิชาการ

ผู้ป่วย เป็นผู้ที่ควรใส่หน้ากากอนามัยครับ

แต่ในขณะนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุข มีความเห็นให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกๆคน

ทางกรมคงต้องปรับแนวทางตามนั้นครับ

 

สำหรับผู้มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องความสวนทางกันของคำแนะนำ

ผมขอชี้แจงง่ายๆว่า

ความจริงแล้ว ผู้ที่ควรใส่หน้ากากคือผู้ที่ป่วย หรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดคนป่วยมากๆ (เช่นโดนไอ จามใส่หน้า หรือไอจามใกล้ๆหน้า) แต่ผู้ที่ไม่ป่วยแล้วจะใส่หน้ากากก็ไม่ใช่เรื่องผิดครับ

สำหรับเรื่องการแจกหน้ากากอนามัย ไม่ใช่เหตุผลว่ากระทรวงไม่มีงบแจกนะครับ เพราะจริงๆแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่สามารถแจกหน้ากากอนามัยได้ครบทุกคนในประเทศอยู่แล้ว (หมายถึงในเวลาอันสั้น) เพราะตอนนี้หน้ากากอนามัยกำลังขาดตลาด

ลองคิดง่ายๆ 50% ของคนทั้งประเทศใส่หน้ากากอนามัย

= มีหน้ากากอนามัยถูกใช้วันละ 30 ล้านอัน

ถ้า 10 ล้านคน ใช้หน้ากากอนามัยทำเอง

อีก 20 ล้านคนใช้หน้ากากอนามัยใช้แล้วทิ้ง

เราต้องใช้หน้ากากอนามัยวันละ 20 ล้านชิ้น

โอกาสที่โรงงานจะผลิตทัน น้อยมากครับ

 

ขอบคุณและขออภัยสำหรับการสื่อสารที่ไม่ตรงกันนะครับ

 

#28 by GooKz
20/07/2552 02:04
no email
 

โรงเรียนปิดเเต่ก็ไปเที่ยวที่อื่นอยู่ดีเนอะ

 

- - -++

 

#29 by เด็กม.อ.
20/07/2552 01:52
Email
 

ม.อ.ก้มีครป่วยนะ

แต่ไม่มีการกระทำใดเกิดขึ้นเยย

 

#30 by 7804
22/07/2552 06:03
Email
 

กรณีย์ ที่บอกว่า  ผู้ที่ยัง  ไม่ติดหวัด   ไม่ควรสวมหน้ากาก โดยให้เหตุผลว่า

เชื้อโรค มีขนาดเล้กจนกรองไม่ได้

ง้าน   คนที่เป็นหวัดชนิดนี้ ก็ไม่ต้องใส่หน้ากากเพื่อป้องกันอะจิ

 หน้ากาก ที่ เชื้อ มันเข้าได้  มันก็ต้องออกได้ จิ

ออกจา   งงๆ อยู่นา

 

#31 by Watsan
23/07/2552 11:17
Email
 

ตอบคุณ 7804 นะครับ

    สำหรับหน้ากากอนามัยที่แนะนำให้ใส่สำหรับคนป่วยนั้น ใส่เพื่อ กันไม่ให้น้ำมูกน้ำลายฟุ้งกระจายจากการไอ การจามครับ เพราะเชื้อโรคมันจะมากับน้ำมูกน้ำลาย 

 

   ส่วนผู้ไม่ป่วย ถ้าจะใส่ ใส่เพื่อป้องกันการถูกไอหรือจามใส่หน้าได้ครับ

 

แต่ไม่ได้หมายความว่า ใส่หน้ากากแล้วจะไม่มีเชื้อโรคกระจายออกมานะครับ มีออกมาเหมือนกัน แต่ก็ลดไปได้ 80% โดยประมาณครับ

 

    เรืองนี้อาจจะต้องทำความเข้าใจกันแบบ "ตั้งใจ" สักนิดนะครับ

 

ขอบคุณมากครับ

 

#32 by patcharapon
12/08/2552 11:27
Email
 

โรงเรียนมทามไมไม่ปิดอ่ะครับคนอื่นเขาปิดกันหมดแล้วผ.อบอกว่าปิดโรงเรียนมันไม่ช่วยอะไรจริงม่ะครับ

 

#33 by boompang
20/08/2552 12:22
Email
 

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

 

#34 by R-DEEN
21/08/2552 11:12
Email
 

ขอเสนอวิธีปฏิบัติตัวง่ายๆสำหรับการป้องกันตนมิให้เป็นไข้หวัด2009 และหวัดชนิดอื่น ๆ ได้ เพียงแค่สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายโดยการออกกำลังกายเป็นประจำ ทานอาหารที่ถูกสุขอนามัยและให้คุณค่าทางโภชนาการ และพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้ก็รอดพ้นจากไข้หวัดได้แล้ว ไม่เห็นต้องพี่งหน้ากากเลยครับ

 

#35 by TinkerBell
27/08/2552 07:02
no email
 

ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เหล่านี้

...*-*

 

#36 by รุ่นน้องม.1
06/09/2552 04:54
Email
 

โรงเรียนนารีนุกูล มีมาตการดีๆๆเเบบนี้กะดีสิ จะได้ไม่มีเชื้อเเพร่เข้ามาในเขตร.ร.

เเต่ถ้าครัยเปงก้อช่วยสวมหน้ากากอนามัยหน่อยน่ะ(ขอร้องล่ะน่ะ)^^'" 

ชอบเเอมห้อง1.5 ไม่ชอบหนูดีห้อง1.6เลยชอบเมย์ห้อง1.7มากมาย..

 

#37 by Super Junior [My kangin]
09/09/2552 09:47
no email
 

อยากให้หยุดอ่ะงิงิ

 

#38 by แมน4/5
11/09/2552 11:31
Email
 

มะกลัวหรอแค่หวัด2009 เราเป็นหวัด2012แหน่ะ ยังมะตายเลย55+

 

#39 by สวน
27/09/2552 02:27
Email
 

รักจัง

โรงเรียน

นี้

 

 

#40 by สวน
27/09/2552 02:29
Email
 

คิดถึงเพื่อนๆ

ชาวนารีนุกูล

 

#41 by t0enG~
29/09/2552 10:47
Email
 

นารีนุกูล จังหวัดไหนเนี่ยครับ....

ใช่อุบล ฯ มั๊ย ? งงเหลือเกิน !!

 

เด็กนารีนุกูล อุบลฯ

 

#42 by oil
30/09/2552 07:57
Email
 

นารีแหล่มเลย

 

#43 by คิทาโร่1/4
02/10/2552 10:57
Email
 

ผมอยากให้โรงเรียนปิดเพื่อล้างทำความสะอาดอะคับ

 

#44 by offsevit
08/10/2552 06:56
Email
 

ผมอยากรู้เกรดเมื่อไรจะประกาศครับ

 

#45 by บร้า
09/10/2552 08:35
no email
 

มะชอบอาจาร์ห้องพยาบาลที่ท้องเลย พูดไม่เพราะ

 

#46 by nut
09/10/2552 09:24
no email
 

NUT LOVE BOB

 

#47 by น้องม.1
09/10/2552 03:00
no email
 

ไม่ชอบเลยม.1 แสด๊ง แสดง เพิ่งเข้ามาใหม่ก็ทำตัว za ซะแล้ว

 

#48 by nurse
12/10/2552 12:02
Email
 

ทุกคนในโรงเรียนก็ต้องสวมหน้ากากอนามัย

และล้างมือบ่อยๆ

เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

 

#49 by โอเมก้า
19/10/2552 10:11
Email
 

คิดถึงเพื่อนๆ6/2 รุ่น 108 จังเลย

 

#50 by Piano
02/11/2552 06:52
no email
 

อย่ากเป็นจัง โรคที่กำลังนิยม

 

#51 by พองพอง
21/12/2552 08:08
Email
 

        ข้อมูลดีมาก น่าสนใจและสามารถทำได้

หวังว่าหลายคนคงนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์  โดยเฉพาะกับเด็กนักเรียน